[เนื้อเรื่องส่วนที่ 1: กำเนิดท่ามกลางมรสุม และการอุปการะจากพระราชา]
เรื่องราวของท่านกุมารกัสสปะเริ่มจาก "นางวิสาขา" (ปริพาชิกาคนหนึ่ง ไม่ใช่พระนางวิสาขามหาอุบาสิกา) ผู้ที่มีศรัทธาบวชเป็นภิกษุณีโดยไม่ทราบว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์อยู่ เมื่อคนในสังคมเห็นนางท้องก็พากันนินทาและหาว่านางประพฤติผิดศีลทำศาสนาเสื่อมเสีย นางจึงต้องไปเข้าเฝ้า "พระนางปชาบดีโคตมี" และพระพุทธองค์เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์จนเรื่องคลี่คลาย เมื่อคลอดบุตรชายออกมา "พระเจ้าปเสนทิโกศล" ทรงมีความเมตตาและต้องการอุปถัมภ์เด็กน้อยผู้นี้ จึงทรงรับไปเลี้ยงดูไว้ในวังและให้ชื่อว่า "กุมารกัสสปะ" เด็กน้อยจึงเติบโตมาท่ามกลางความรักของพระราชา แต่กุมารกัสสปะกลับมีความใฝ่ฝันเดียวคือการได้บวชในพระพุทธศาสนา
[เนื้อเรื่องส่วนที่ 2: วัยรุ่นผู้ใฝ่ธรรม และการเทศน์ที่โลกต้องตะลึง]
เมื่อกุมารกัสสปะอายุครบวัยบวช ท่านจึงทูลขออนุญาตพระเจ้าปเสนทิโกศลออกบวช หลังจากบวชแล้วท่านมีความสามารถพิเศษในการอธิบายธรรมะที่ยาก ๆ ให้เข้าใจง่าย เมื่อท่านได้เทศนาสั่งสอนธรรมแก่ประชาชน หรือแม้แต่การถวายธรรมะแด่พระราชา ท่านมักจะเปรียบเทียบธรรมะกับสิ่งรอบตัว เช่น การเปรียบ "ร่างกายนี้กับจอมปลวก" (ที่มีรู 6 รู เปรียบเหมือนทวารทั้ง 6 ที่คอยรับสิ่งเร้าต่าง ๆ เข้ามา) ทำให้ผู้ฟังเกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้และเห็นภาพความจริงของชีวิตได้อย่างรวดเร็ว
[เนื้อเรื่องส่วนที่ 3: การไขปริศนาธรรมให้พระราชา]
ครั้งหนึ่ง พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงมีพระราชปุจฉาเกี่ยวกับเรื่องปริศนาธรรมที่ลึกซึ้ง พระกุมารกัสสปะจึงได้ถวายพระธรรมเทศนาเรื่อง "จอมปลวก" เพื่ออธิบายถึงอุปมาของชีวิตและจิตใจ พระราชาทรงเลื่อมใสมากและประทานรางวัลเป็นเสื้อผ้าเนื้อดี แต่พระกุมารกัสสปะกลับนำไปถวายต่อให้แก่พระอุปัชฌาย์ของท่านเพื่อแสดงความกตัญญู ความเฉลียวฉลาดในการจำแนกธรรมและการรู้จักกาลเทศะของท่าน ทำให้ท่านกลายเป็นที่เคารพรักของทั้งพระสงฆ์และฆราวาส พระพุทธเจ้าจึงทรงยกย่องท่านให้เป็นเลิศ in ด้านการจำแนกธรรม
คติธรรมที่ได้รับ
"ปัญญาเปรียบเสมือนประทีปที่ส่องทางให้ชีวิต" ต้นกำเนิดของคนเราอาจมีอุปสรรคหรือคำครหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่อาจขวางกั้นความเจริญรุ่งเรืองของจิตใจและปัญญาได้ หากบุคคลนั้นมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองและสั่งสมความดีอย่างสม่ำเสมอ ความเก่งกล้าในธรรมย่อมทำให้เขากลายเป็นที่พึ่งพาและแสงสว่างแก่ผู้อื่นได้ในที่สุด